| Profilo di NoppadolBest of me .. บางคนเลือก...FotoBlogElenchi | Guida |
|
01 dicembre 2 สังคมที่แตกต่างตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในสังคม 2 สังคมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
สังคม 1 : สังคม 2
-------------------------
ทำอะไรพลาดกลายเป็นเรื่องตลก : ทำอะไรพลาด คนส่วนใหญ่จะหันมาให้กำลังใจ
แข่งขันกัน : ช่วยเหลือกัน
win-lose ซะส่วนใหญ่ : มีแต่ win-win
พูดแต่เรื่องที่ทำเพื่อตนเอง : พูดแต่เรื่องความกตัญญู และเสียสละ
ทำมาหากิน : ทำมาหากินอย่างจริงจังเพื่อคนที่เรารัก
แก่งแย่งชิงดี : support ซึ่งกันและกัน
ใครดีใครได้ : ได้ด้วยกัน
หน้ากากเป็นเรื่องใหญ่ : จริงใจเป็นเรื่องใหญ่
เอาเปรียบกันไว้ก่อน : เอาเปรียบกันไม่ได้
หักหลังกันร่ำไป : หักหลังกันไม่ได้
เหยียบกันเพื่อขึ้นสูง : ขึ้นสูงก็ขึ้นด้วยกัน
ยังมีข้อแตกต่างกันแบบสุดขั้วอีกหลายอย่าง
เพียงแต่ว่า
สังคม 1 เป็นสังคมปกติที่คนเคยชินและคิดว่าเป็นวิถีทางที่ธรรมชาติ
สังคม 2 เป็นสังคมที่ทุกคนอยากมี อยากเข้าไปอยู่ แต่พอมันมีอยู่จริง กลับรู้สึกว่ามันแปลก และไม่ยอมรับมัน
คนเราก็ปะหลาด .. พอเจอสิ่งที่ตนเองใฝ่หามาตลอดชีวิต กลับรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไม่น่ามีอยู่จริง ...
บางทีก็งงกับคนรอบข้าง ...เคยมั้ย ที่งงกับคนรอบข้างตัวเอง โดยเฉพาะคนที่สนิทๆ ทั้งๆที่เราก็คิดว่ารู้จักเค้าดี แต่มีเรื่องบางเรื่องเกิดขึ้น กลับทำให้เรารู้สึกว่าที่ผ่านๆมา เราไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเค้าเลย
น้ำใจที่เคยนึกว่าเค้ามี ความเป็นจริงก็แค่น้ำลาย
ความเอ็นดูที่เค้าเคยบอกว่าเห็นเราเหมือนลูกหลาน ก็แค่ลมปาก ไร้สาระ
เบื่อคนพวกนี้จริงๆ ..
29 novembre "หมดสิทธิ์" คำที่คนเหมือนจะรู้จัก แต่ไม่รู้จักช่วงปีนี้ ได้ไปร่วมงานศพของคนที่รู้จักอยู่หลายครั้ง ทำให้นึกได้ถึงคำของรุ่นพี่ที่ผมเคารพท่านนึงได้ .. นั่นคือคำว่า "หมดสิทธิ์"
รุ่นพี่ท่านนี้เคยกล่าวกับผมและเพื่อนๆไว้ว่า
"หากวันนี้อยากทำบุญ ให้รีบทำซะ เพราะหากเราตายไปแล้ว ต่อให้อยากทำบุญแค่ไหนก็ไม่ได้ เพราะเราตายไปแล้ว ... และหากวันนี้ อยากตอบแทนบุญคุณคนที่เรารัก ให้รีบตอบแทน ..รีบแสดงความรักและปฏิบัติดีต่อท่านซะ ไม่อย่างนั้น หากท่านจากเราไปแล้ว ต่อให้เราอยากจะแสดงความรักกับท่านมากแค่ไหน .. ก็ 'หมดสิทธิ์' ..."
ผมมองดูเพื่อนๆผมที่ต้องเสียคนที่เค้ารักไปอย่างไม่มีวันกลับ ก็ได้แต่เศร้าและรู้สึกเสียใจที่เพื่อนๆผมเค้าหมดสิทธิ์แล้ว ..
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. แสดงความรัก
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. ปรณิบัติ
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. กอด
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. จูงมือ
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. พาท่านไปเที่ยว
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. พาท่านไปกินข้าว
เค้าหมดสิทธิ์ที่จะ .. .....
ทั้งๆที่ท่านรักและดูแลเพื่อนผมมานานแสนนาน ... และทั้งๆที่เพื่อนผมยังไม่ได้ตอบแทนอะไรอย่างเป็นจริงเป็นจัง ..
ผมมองย้อนกลับมาดูตัวเอง .. ผมเองก็ยังไม่ได้แสดงความกตัญญูต่อบุพการีของผม ให้ได้เทียบเท่าแม้แต่เสี้ยวเดียวกับที่ท่านให้ผมมา ผมคงต้องตั้งใจและรีบประสพความสำเร็จในชีวิต และให้เวลากับท่าน อยู่กับท่านให้มาก ก่อนที่ผมจะ "หมดสิทธิ์"
16 gennaio 1 ปีที่มี ทอสครบ 1 ปีที่มี "ทอส" เป็นเหมือนดวงใจ .. คงไม่มีอะไรไปมากกว่าคำว่า "รักลูกมาก"
วันนึงข้างหน้าก็อยากให้เค้าได้รับรู้ว่า หลายๆอย่างส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจ หรือคิดจะทำอะไร ก็ต้องมีเค้าเป็นเหตุผลแรกๆ และมักจะเป็นเหตุผลหลักเสมอ .. มีหลายคนเคยบอกไว้ว่า "ถ้าไม่เคยเป็นพ่อแม่ ก็ยังไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่จะรักเรามากแค่ไหน" .. อันที่จริงก็เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย .. คือแต่ก่อนก็พอรู้ว่าพ่อแม่รักเรามากแค่ไหน ถึงวันนี้ก็ยังเข้าใจเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ เราได้รู้จักของคำว่า "ผู้ให้" มากขึ้นในระบบของคำว่า "ครอบครัว"
ขอให้ทอสรู้ว่า พ่อ-แม่ รักทอสมากที่สุด .. และจะรักตลอดไป
...........................................
ข้างล่างนี้ .. ผมขอเขียนให้ "ทอส" แล้วกันนะครับ .. ผู้ใดไม่อยากอ่าน หรือคิดว่าจะทนความเลี่ยนไม่ไหวก็อย่าได้ชายตาเข้าไปนะครับ .. แต่ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้เค้ารู้สักวันหนึ่ง
==================================================================
ทอส .. พ่อและแม่อาจไม่ใช่พ่อ-แม่ดีเด่น หรือเป็นพ่อ-แม่ทีดีอะไรมากมาย .. บางครั้งอาจไม่ได้มีเวลาให้หรือต้องให้ลูกอยู่กับคนที่บ้านนานๆ อยากให้รู้ว่าทุกครั้งที่กลับบ้านแล้วเห็นทอสนอนหลับไปแล้ว .. เราทั้งสองคนก็รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้ง .. พ่อ-แม่อยากให้เวลากับทอสให้มากกว่านี้ อยากอยู่กับทอสตลอดเวลา อยากกอด อยากหอมแก้ม อยากอาบน้ำให้ อยากดูแล อยากเห็นทุกย่างก้าวที่ทอสเดิน
แต่วันนี้ พ่อ-แม่มีภาระที่ต้องทำ มันเป็นสิ่งที่เราทั้งสองคนกำลังทำเพื่อทอส ทำเพื่ออนาคตของทอส เพราะเราทั้งสองไม่ได้มีเงินทองล้นเหลือให้ลูกใช้จ่ายอะไรได้มากมาย .. มีแค่กำลัง แค่สมอง ที่พอจะทำอะไรเพื่อลูกได้เพิ่มเติมบ้างเท่านั้นเอง ..
วันนึง .. ถ้าพ่อ-แม่ สานฝันได้สำเร็จ .. ทอสจะเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกคนนึง อาจจะไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนมหาเศรษฐี แต่เป็นเวลาที่พ่อ-แม่จะให้ทอสทั้งหมด เราทั้ง 3 คน (อาจเป็น 4 คน ถ้ามีน้องเทส) จะไปใช้เวลาร่วมกันให้มากที่สุด เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน .. พ่อ-แม่ จะให้ความสุขกับทอสที่สุด เท่าที่พ่อ-แม่คู่นี้จะให้ได้ ..
==================================================================
28 ottobre (Black) PattayaDate : Oct 22-23'05
พอมีวันหยุดแบบ Long Weekend ก็เลยอยากจะไปเที่ยวบ้าง แต่ก็ไปไหนได้ไม่ไกลหรอกครับ ... พัทยา อีกแล้ว .. รู้สึกว่าหลังๆจะไปบ่อยเหลือเกิน เหมือนปลายทางสิ้นคิด "ไปที่ไหน ไปที่ไหน ไปเที่ยวพัทยา .." อะไรประมาณเนี้ย แต่ครั้งนี้ไปโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็น Trip ที่สนุกน้อยเหลือเกิน มีแต่เรื่อง "ดีน้อย" รออยู่
เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณบ่ายโมงของวันเสาร์ที่ 22 .. ขับขึ้นทางด่วน ต่อ Motor Way .. ครับ แววรถติดมันก็มาโผล่มาก็แถวบน Motor Way นั่นแหละ ไอ้เราก็ไม่ได้นึกว่า คงมีคนอีกเป็นล้านที่เลือกปลายทางสิ้นคิดสำหรับวันหยุดยาวเหมือนๆกับเรา .. พอจะเข้าเมืองพัทยา รถก็ติดแหง่ก .. ไอ้เราก็คิดไปในแง่ดีว่าเดี๋ยวก็ถึงโรงแรม เดี๋ยวก็ได้พักผ่อน เดี๋ยวก็ได้นอนในห้อง Delux หรู ..
ผ่างงง ! โรงแรม Mercure ในเครือ Accor ที่จองไว้ ตั้งอยู่บนใจกลางพัทยาใต้ อยู่ในถิ่นที่ชุกชุมน่าเบื่อที่สุดแห่งหนึ่งของพัทยา .. แล้วไม่รู้มาก่อนหรือไงว่ามันอยู่ตรงนี้ .. คำตอบ คือ ไม่รู้ครับ เพราะเห็นว่าเป็น Accor เลยชะล่าใจ .. โอเคแหละ แม้โรงแรมอยู่ใจกลางเมืองพัทยา ไม่ติดทะเล และอาจจะเล็กไปหน่อย แต่เราได้นอนห้อง Delux นะ.. คงจะดีพอตัวล่ะว๊า!
พอขึ้นไปถึงห้อง ต้องถอยออกมาแล้วดูเลขห้องใหม่อีกครั้ง .. ก็ถูกนี่หว่า ทำไมห้องมันเล็กจัง ไม่เห็นเหมือนในรูปเลย โกหกทั้งเพ แค่เตียงอย่างเดียวก็แทบจะล้นห้องแล้ว ห้องเล็กกว่าที่หวังไว้เยอะเลย .. ฮือๆๆ ห้องมันก็ดูดีหรอก แต่เล็กอ่ะ ผิดหวังๆๆ
แล้วเราก็ลงไปเล่นน้ำสระกัน เพราะถ้าขับไปเล่นทะเลก็คงดึกพอดี เพราะข้างนอกรถติดมาก .. เล่นน้ำสระได้แป๊บเดียวก็ต้องเลิกแล้วเพราะน้ำค่อนข้างเย็น กลัวทอสหนาว .. อีกอย่างคือสระเล็กอ่ะ และมีสระเดียวด้วย
พออาบน้ำเสร็จก็ออกไปหาอะไรกิน ครับเราก็ออกไปตะลุยรถติดในบรรยากาศของเมืองพัทยา หาอะไรกินก็ไม่น่าจะลำบากแต่หาที่จอดลำบาก เลยไปจบที่ร้านนึง ก็อร่อยดีหรอก แต่ไอ้ขากลับโรงแรมเนี่ยสิ หลงไปหลงมา หาโรงแรมไม่เจอ คิดว่าคงขับผ่านโรงแรมไปมาอยู่หลายทีเหมือนกัน แต่ทำไมหาไม่เจอก็ไม่รู้ หลงจนหงุดหงิดอ่ะ แถมรถติดด้วย เพราะดันหลงเข้าไปเส้นเรียบหาดพัทยา .. บร้ารึเปล่าก็ไม่รู้ หลงเข้าไปได้
ตื่นเช้ามาก็ไปกิน Buffet ของโรงแรม แล้วขึ้นมาพักผ่อนบนห้อง .. Check-Out ประมาณบ่ายโมง .. ครับความน่าเบื่อสุดมันก็เริ่มจากตอนนี้เอง .. หลังจากไปแวะ shopping ที่ Outlet Mall แล้ว ..ทีแรกพวกเราตั้งใจจะไปหาไก่เหลือง-ส้มตำกิน แถวชายหาด (คงไม่นอกคอกไปหา หมูหัน ไก่ย่างนอกหาดกินอีก เพราะเข็ดจากตอนไปหัวหิน) แต่เชื่อมั้ยครับ ผมขับไปไหนก็เจอแต่รถติด กะว่าจะไป Under Water World ก็คนโค-ตะ-ระ เยอะ จนเราต้องถอยออก ขับไปจะเข้าหาดพัทยา รถก็ติดมากและหาที่จอดไม่ได้ ติดแหง่ก .. เลยตัดสินใจวิ่งย้อนไปหาดจอมเทียน .. ติดอีก!! ฮ่วย! ถอยออกมาจะไปพัทยากลางและเหนือ ..ครับ มีแต่รถให้ดู บร้าจริง ทำไมคนสิ้นคิดอย่างพวกเรามันเยอะจังฟร่ะ! ไม่มีที่ไปกันรึไง .. ถึงตอนนี้ก็ปาไปจะเกือบ 4 โมงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย .. นกบอกว่าจะต้องกินไก่เหลืองกับส้มตำริมหาดให้ได้ .. (เจ๊แก ทำหน้าโกรธและจริงจังมาก) ไอ้ผมก็แบบ จะไปกินได้ไง ป่านนี้คนบนหาดไม่กินไปจนหมดเล้าไก่ในพัทยาแล้วเหรอ ... เจ๊แกบอกว่าให้ไปบางแสนก็ได้ .. ด้วยความเกรงใจ (ไม่ใช่กลัวนะครับ อย่าเข้าใจผิด) ก็พยายามจะขับไปบางแสนให้เจ๊เค้าได้กินไก่เหลือง ไม่งั้น (ดูตามสถานการณ์แล้ว) ผมอาจจะโดนย่างเป็นไก่เหลืองได้ .. แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ยังตามขัดขวาง โดยการส่งสมุนตัวร้าย ชื่อ "รถติด" มาขวางไม่ให้เราไป .. ผมเลยตัดสินใจขอร้องให้นกยกเลิกความตั้งใจ และตัดเข้า Motorway เพื่อกลับกรุงเทพฯแล้วไปหาไรกินกลางทางเอาดีกว่า .. นกก็ยอมแบบเคืองๆอ่ะครับ แต่ก็ยอม .. เราจึงแวะหาอะไรกินตรงที่เค้าขายพวกของฝาก ... ที่ซวยสุดคือ พอกินเสร็จ .. เราก็ขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน พอผมถอยรถเพื่อออกจากตรงที่จอด .. Sensor ของรถมันก็ร้อง "ติ๊ดๆๆๆๆ ตี๊ดดดดดดดด!!!" .. มันจะร้องหาไรฟ่ะ ข้างหลังก็ไม่มีไรสักหน่อย "เปรี้ยง!" บั้นท้ายของรถ CRV ป้ายแดงของเราก็เข้าไปประทับกับเสาไฟฟ้า เพื่อเป็นการจารึกว่าเราได้มาเหยียบที่นี่ .. กันชนฉีก ตัวรถมีรอยบุบ .. ซวยมากกกก .!! ที่กลัวสุดคือ "ภรรยาด่า" เนี่ยแหละครับ รถเสียอ่ะไม่เท่าไหร่ .. นกเค้าก็คงเซ็งๆๆๆๆ ด่าไม่ค่อยออก .. ผมก็ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม น่ารัก ให้เจ๊แกสงสาร เพื่อจะไม่โดนด่าเยอะ ..
สรุป .. เป็น Long Weekend ที่น่าเบื่อมาก จะไม่ไปพัทยาในช่วง Long Weekend อีกแล้ว .. เซ็งมากกกกกกกก! 03 ottobre Hua Hinกลับมา Update อีกครั้ง หลังจากไอ้น้องสาวผมบอกว่า "พี่ชายสุดหล่อขา ช่วย update หน่อยนะค๊า~~" ไอ้ผมก็ทนคำชมไม่ไหวเลยต้องมา update เนี่ย .. เฮ้อ!
==============
หัวหิน ..
Trip Date : 23-24 Sep'05
Trip Member : ทอส, นก และ เซ้ง
หลังจากทอสไปนอนตากอากาศที่ โรงพยาบาลมา 2 คืนเนื่องจากท้องเสีย คาดว่าเป็นลำไส้อักเสบ เลยพาเค้าไปเปลี่ยนบรรยากาศถึงหัวหิน โดยโดดงานวันศุกร์-เสาร์ เพื่อไปเที่ยวกัน
เราออกรถตั้งแต่ 9 โมงเช้า มุ่งหน้าไปหัวหินกัน และแน่นอนครับเมื่อระหว่างทางมี Outlet ก็ต้องเสร็จคุณนกเค้าร่ำไป เป้าหมายคือซื้อ กางเกงว่ายน้ำให้ทอส แต่ไปจบที่ หมวกของทอส, เสื้อ-กางเกงของเซ้ง และเสื้อของนก ..
ขับไปถึงหาดชะอำเพื่อทานอาหารกลางวันก็ปาเข้าไป 2โมง แวะซื้อหมูหัน-ไก่ย่างตรงทางเข้าหาด .. มีคนขายเต็มไปหมด พแต่ละคนแทบจะกระโดดมาให้รถชนตายเพื่อแลกการซื้อของๆเค้า และสุดท้ายเราก็ติดกับดักของเจ๊อ้วนๆคนนึง เสียตังค์ไป 105 บาท กะว่าอร่อยแน่ พอไปนั่งที่หาดแกะออกมากินชิ้นแรก แทบจะโยนให้หมาแถวนั้นกินทั้งตัว แต่ไม่กล้ากลัวมันท้องเสีย เดี๋ยวบาปกรรม .. คือ รสชาติห่วยมาก เหม็นเหมือนค้างคืนมาประมาณ 3 ปี เลยตัดใจสั่งไก่เหลืองแถวนั้นกินดีกว่า เข็ดเลย .. ไปทะเลต้องกินไก่เหลืองตามหาดเท่านั้น อย่านอกคอกไปกินอาหารที่หรูกว่านั้น.. จำไว้!
กินเสร็จเราก็นั่งสักพัก แล้วออกเดินทางไปโรงแรม Sofitel หัวหิน ... ถึงโรงแรมประมาณ 4 โมง .. โอ้ว! หรูหราสมยศฐาบรรดาศักดิ์ของพวกเรามาก .. โรงแรมเหมือนวังเก่า สุดยอด! เสียดายจองมาคืนเดียว เลยถามว่าถ้าอยู่ต่อ ต้องเสียเพิ่มอีกคืนละเท่าไหร่ .. คำตอบสนนราคา 8,000 กว่าๆเอง .. มีรึเศรษฐีอย่างเราจะยอมเสียแค่ 8,000 กว่าๆ ดูถูกกันจัง .. เลยปฏิเสธไป ("- -) อยู่คืนเดียวก็ได้ฟร่ะ!
เจ้าไปพักที่ห้องแป๊บเดียวก็ออกมาเล่นน้ำกัน ... ทอสก็แก้ผ้าโชว์กล้ามลงทะเลเช่นเคย คนมองกันใหญ่ .. ไม่รู้มองเพราะด่าบิดา-มารดาเค้ามากกว่าว่า ทำไมไม่ซื้อกางเกงว่ายน้ำให้ (><")
ทอสชอบเล่นน้ำมากกก .. สนุกใหญ่เลย ตีน้ำ เตะเท้า ว่ายท่าผีเสื้อ ฟรีสไตล์สนุกสนาน (เว่อร์ไปนิด) ทอสไม่มีกลัวน้ำทะเลหรือน้ำสระเลย ..เล่นน้ำถึง 6 โมง .. ดูได้จากรูปใน Photo Album ได้นะครับ
หลังจากเล่นน้ำซะสนุกก็รีบเอาขึ้นมาอาบน้ำแล้วต้มข้าวต้มให้เค้ากิน .. อ้อ! เพราะทอสเพิ่งหายจากท้องเสีย เลยต้องเอาข้าวสารและหม้อข้าวไปต้มให้กินเองในห้องนอน เพิ่งจะเห็นเค้าหิวมากเท่านี้เป็นครั้งแรก หิวแบบเกาะขาแม่ขอกินข้าวเลยอ่ะ ต้มไป 2 ครั้งยังไม่อิ่ม รีบต้มเพิ่มแทบไม่ทัน ..
พอ 2 ทุ่มเราก็ออกไปกิน Buffet ริมชายหาดของโรงแรมกัน .. พระเจ้า ! อะไรจะคุ้มปานนี้ หัวละ 1,200 แต่ได้ละครึ่งราคาเพราะเป็น Member .. ได้กินอาหารทะเลสุดหรู ..เพียบ!! อาหารดีมาก .. นี่น่าจะเป็นอาหารโรงแรมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทานมาแล้วล่ะ จำได้ว่าครั้งที่เคยไป Sofitel ที่เขาหลัก (ก่อนโดน Tsunami) ยังไม่ดีเท่านี้ .. คราวนี้มีทั้งกั้ง, กุ้ง, ปู, หอย, Pasta ฯลฯ ..สรุปแล้วอร่อยมากกก ! และที่ดีมากคือ ทอสหลับตลอดการกิน เพราะเหนื่อยจัด .. เลยไม่มีตัวกวน :p ทอสหลับตั้งแต่ 2 ทุ่มนิดจนถึงเช้าเลย
ตื่นเช้ามาก็ต้มข้าว แล้วพาเค้าไปกินข้าวในสวน เห็นได้ตามรูปนะครับ .. สวนของโรงแรมนี้ใหญ่มาก กว้างมาก .. สมเป็นโรงแรม 5 ดาว พอทานข้าวเสร็จเราก็ไปเล่นน้ำสระกัน .. ทอสก็สนุกอีกเช่นเคย เลยตั้งใจว่าจะต้องซื้อกางเกงว่ายน้ำให้เค้าเร็วๆนี้ให้ได้
พอเล่นน้ำเสร็จก็พาเค้าไปอาบน้ำแล้วนอน ตื่นมาก็เที่ยงเพื่อ Check-out แล้วออกไปหาอาหารเที่ยงกินในตัวเมืองหัวหิน แต่เรายังไม่กลับเพราะตั้งใจจะพาทอสไปเล่นในห้องของเล่นเด็กของโรงแรมก่อน (ทั้งๆที่ Check-out แล้วนั่นแหละ) เค้าชอบเล่นมาก เพราะในห้องมีของเล่นหลายอย่าง มีสีสวยๆด้วย เลยสนุกใหญ่ .. เล่นจนถึง 3 โมงแล้วออกไปนอนตากอากาศในสวนริมชายหาดของโรงแรมจนเกือบ 5 โมง จึงตีรถกลับกรุงเทพ .. (พยายามรวบรัด เพราะไม่งั้นต้องยืดยาวอีกเยอะแน่ๆ .. )
ก็จบไปอีก Trip นึง .. เห็นเค้ามีความสุข เราก็สุขตามไปด้วย ..
=================================================================== 18 settembre 93 .. เกิดปีฉลู ..หลังจากไม่ได้ update space นี้มานาน .. ถ้าจะอ้างว่าไม่มีเวลาก็คงมีแต่คนด่าแน่นอน .. ครับ ตัวขี้เกียจมันเกาะ กอปรกับไม่ได้ไปไหนด้วย เลยไม่ได้ update สักที
.
ตอนเที่ยง ทางเดินไปทานข้าว ซึ่งเป็นทางที่เดินประจำแม้จะไม่ทุกวัน (ก็ไม่ได้กินข้าวเที่ยงที่เดิมทุกวันสักหน่อย) ปกติแล้ว ผมจะเจอยายแก่ๆคนนึง รูปร่างท้วมๆ ใส่แว่นตาหนาๆ ผมสีขาวทั้งศรีษะของแกก็ทำการรัดไวเรียบร้อย ใส่เสื้อผ้าธรรมดา นุ่งผ้าถุง นั่งอยู่ที่เดิมของแกประจำ ข้างๆแกก็จะมีไม้ท้าวเพื่อช่วยเดิน, ถุงย่ามใส่ของและกับข้าวใส่ถุงพลาสติกอีกหน่อยนึง สิ่งที่แกทำประจำอคือ ยกมือไหว้และขอเงิน .. ครับ แกเป็นแค่คนที่ไม่มีอันจะกินจนไม่รู้จะทำไงเลยต้องเที่ยวขอเศษสตางค์คนเดินถนนไปวันๆ หรือที่ทุกคนเรียกว่า "ขอทาน"
ธรรมดาผมไม่ค่อยนิยมการให้เงินขอทานสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนที่มีมือมีขาปกติ ร่างกายก็ปกติ อายุก็ยังไม่มาก อยู่ในสภาพที่ยังสามารถทำงานได้ .. อย่าหวังว่าจะได้สตางค์จากผมโดยเด็ดขาด และยิ่งคนที่เห็นเป็นประจำล่ะก็ สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นแก๊งค์ .. หรือมีคนพามาปล่อยไว้ แล้วตอนเย็นก็มารับกลับ ไม่ว่าจะเป็นคนแก่, เด็ก หรือ คนพิการ ก็มีสิทธิเป็นหนึ่งในแก๊งค์พวกนี้ได้
แต่กับคุณยายคนนี้ .. ไม่ว่าด้วยประการใดก็ตาม แกได้เงินจากผมเป็นประจำ ต่ำสุดคือ 5 บาท เคยให้ถึง 20 บาท ผมว่ารวมๆแล้วผมให้แกไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท แน่นอน .. ยอมรับว่าเคยคิดว่าแกถูกนำมาปล่อยแล้วก็จะมีคนรับกลับไป .. เพราะเห็นแกเป็นประจำตอนเที่ยงๆ แล้วประมาณสักบ่ายต้นๆแกก็จะหายไป คิดว่าถูกนำไปปล่อยเพื่อขอที่อื่นต่อ ..
เมื่อวานเป็นอีกวันที่เจอคุณยายคนนี้ ผมกำลังเดินกลับหลังจากเดินไปซื้อของ .. ผมก็หยุดควักเงินที่เตรียมไว้เพื่อจะให้แกเพราะตอนขาไป เดินผ่านแกแล้วแกอยู่แต่ผมไม่มีเศษเงิน เลยตั้งใจไว้ว่าจะซื้อของให้เหลือเศษเหรียญเพื่อเอามาให้แก .. แล้วผมก็หยิบเหรียญบาท 5 เหรียญยื่นให้แกตามปกติ .. คิดว่าแกอาจจำไม่ได้หรอกครับว่าผมให้แกเป็นประจำ เพราะแกอายุมากแล้ว .. แต่วันนี้แต่ต่างกันนิดนึงคือ ผมพูดขึ้นว่า "ผมเห็นยายมาทุกวันเลยนะ" .. แกเงยหน้าขึ้นมอง แล้วตอบว่า
"ไม่ได้มาทุกวันหรอก แค่อาทิตย์ละสองสามวันเอง"
ตามปกติ การสนทนากับคนขอเงิน น่าจะจบแค่ประโยคเดียว แต่ผมไม่ยอมจบ ..
"แล้วทำไมยายมานั่งแถวนี้ล่ะ มาคนเดียวเหรอ" .. "มาคนเดียว" ยายตอบ "เดี๋ยวก็ไปแล้ว"
"ยายอายุเท่าไหร่แล้วครับ" .. "93" .. ผมตกใจมาก .. "อะไรนะครับ ยาย" .. "93 เกิดปีฉลู"
"ยายอายุ 93 แล้วทำไมมานั่งขอเงินแบบนี้ ลูกหลานยายไปไหนหมด ทำไมไม่เลี้ยงยาย" ผมรัวถาม ด้วยความสงสาร
น้ำใสๆหยดออกมาจากตาเล็กๆคู่นั้นของคุณยายอายุ 93
"ไม่มีหรอก ฉันอยู่กับหลานคนเดียว ต้องส่งมันเรียน ค่าเรียนก็แพง"
"หลานยายอายุเท่าไหร่ แล้วพ่อแม่เค้าไปไหน"
"แม่มันคลอดแล้วก็เอาไว้ให้ฉันเลี้ยง แล้วก็ไปไหนก็ไม่รู้ ไม่กลับมาแล้ว"
ดูคนเราสิครับ .. คนพวกนี้มันยังไง คลอดไว้แล้วก็ไป ยิ่งกว่าสัตว์เดรัษฉานหลายประเภทเสียอีก ..
"บ้านยายอยู่ไหน ทำไมมาแถวนี้ล่ะ มาคนเดียวอันตรายมากนะ เดินข้ามถนนต้องระวังนะยาย" ผมซัก
"ฉันอยู่สะพานควาย นั่งสายแปดมา ไม่กล้าขอแถวบ้าน อายเค้า" ยายตอบเสียงสั่นๆ
"แล้ววันนึงยายได้กี่บาทล่ะ พอส่งเรียนให้หลานเหรอครับ" ..
"80 มั่ง 100 มั่ง แล้วแต่วัน .." ยายตอบ "หลานมันต้องใช้เงินเรียน เห็นเรียนพิวเตอร์ (คงเป็นคอมพิวเตอร์) นั่น ตั้ง 500 บาท"
"แล้วยายได้พอเหรอ ยายแก่แล้ว ไม่น่าต้องมาทำอย่างนี้" ผมพูด
"ไม่ทำแล้วจะเอาอะไรส่งหลานมันเรียน" .. นำตายายไหลนอง ถอดแว่น เอามือเช็ด
ถึงตอนนี้ ผมสลดแทน ไม่รู้จะช่วยอะไรแกได้ .. ผมคุยกับแกอีก4-5 ประโยค แล้วบอกให้แกกลับได้แล้วล่ะ เดินข้ามถนนมั้ย ผมเดินไปส่ง
"ยังหรอกวันนี้ เพิ่งมาไม่นานเอง" ยายตอบเสียงเบาๆ
ผมหยิบธนบัตรสีแดงยื่นให้แก แล้วพูด "ยาย .. วันนี้ ยายได้เกิน 100 แล้วนะ ยาย กลับบ้านเถอะ" .. แกมองหน้างงๆ พร้อมยื่นมือรับแล้วไหว้ผมยกใหญ่พร้อมอวยพรผม..
"ยายกลับเถอะ ผมเดินข้ามถนนไปส่งยาย" .. พูดย้ำ
"เดี๋ยวฉันเดินข้ามเองได้ ขอบคุณมากนะ" แกยังไม่ลุกจากที่ๆแกนั่ง พร้อมกำเงินที่ผมให้แกไว้แน่ อีกมือนึงเอาขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
ผมเลยบอกลาแกแล้วย้ำให้แกรีบกลับซะ
ไม่ว่าจะด้วยละคร หรือเรื่องที่แกแต่งขึ้นเพื่อให้ผมสงสารแกแล้วให้เงิน .. แต่ซื้อใจผมได้ มันเต็มไปด้วยความสงสารและเวทนาชีวิตคนเรา ผมไม่รู้หรอกว่าแกทำกรรมอะไรเอาไว้ ถึงทำให้แกต้องมาเป็นแบบนี้ในบั้นปลายชีวิต
ที่เล็กๆตรงนี้ .. ผมขอให้คุณยายได้รับสิ่งๆดีบ้าง อย่าเจอแต่ความยากลำบากแบบนี้เลย
.
.
.
อีก 1 ประโยคจากแก ระหว่างการสนทนานั้นที่ผมละไว้คือ
"ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นานฉันก็ตายแล้ว แต่หลานชั้นสิ..มันจะทำยังไง" แกพูดด้วยน้ำตา
==================================================== 13 luglio PattayaPattaya
Date : July 1-3, 05
==============================
เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกันเอง พ่อ-แม่-ลูก เพราะทุกทีจะต้องมีท่านผู้มีอุปการะคุณอื่นๆไปช่วยดูแล 'ทอส' ด้วย แต่ Trip นี้ พวกเราอาจหาญมากที่ไปกันเอง .. เหอ เหอ
ออกเดินทางจากบ้านในตอนเย็นหลังเลิกงาน (ไม่ได้โดดงานนะ!) ถึงที่พัก 3 ทุ่มกว่า ได้บัตรห้องพักฟรีก็ดีเงี้ยะ ไม่ต้องเสียดาย จะไปกี่โมงก็ได้ :) .. มีคนหลายครอบครัวเหมือนกันที่ไปในเวลาเดียวกัน พอไปถึงก็เจอเด็กคนนึง รุ่นราวคราวเดียวกับทอส เลยคุยกับแม่เค้า ปรากฏว่าเกิดวันเดียวกับทอสเลย .. แต่ขนาดตัวเนี่ย ลูกเรากินขาด ประมาณว่าเหมือนเกิดก่อนสัก 1 เดือนกับอีก 30 วัน ยังไงยังงั้น คือ พูดง่ายๆว่าจำตอนทอสตัวขนาดนั้นไม่ค่อยได้แล้ว ไม่รู้ทอสอยู่ดีกินดีเกิน หรือเด็กคนนั้นตัวเล็ก แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างแรก :D
เช้าวันต่อมาก็ตื่นเช้า แล้วรีบลงไปกินข้าว .. ครับ .. ทอสทำจานของโรงแรมแตกไป 1 ใบ เนื่องจากความหมั่นไส้ว่า จานมันวางเกะกะมือ ! พอกินข้าวเสร็จเลยไปนอนอาบแดดกันตามประสา พ่อ-แม่-ลูก .. คือเรื่องของเรื่อง ทอสง่วงนอน เลยกล่อมเค้านอน แล้วพ่อ-แม่ เลยง่วงตาม .. ผลอยหลับไปกันหมด ประมาณชั่วโมงได้มั้ง ตื่นขึ้นมา ตัวดำปี๋กันซะทุกคน .. กรรม ! (เห็นได้ตามใน Photo Album ครับ .. นกกับทอส หลับ .. ในรูปน่ะ ทอสนอนยิ้มด้วยนะ .. หารู้ไม่ว่าตัวกำลังดำขึ้นเรื่อยๆ)
หลังจากตื่นก็ขับรถไปออกไปที่ Shopping Outlet เสร็จก็ไปนั่งเล่นที่หาดจอมเทียน เช่าเตียงตัวละ 20 บาท 2 ตัว.. ตอนนั้นก็หลังเที่ยงแล้ว ทอสก็ง่วงนอนอีก เลยบอกเจ้าของเตียงว่า "เด็กเค้าง่วงนอน ขอใช้เตียงได้มั้ย" คำตอบที่ได้ตามคาดครับ "ไม่ได้ .. ตัวละ 20" ไอ้เราก็ฉุน "เด็กทารกหลับ ขอนอน ยังคิดตังค์อีกเหรอ?!?!" ... "อืม .. ตัวละ 20" .. ตัวละ 20 หรือ 50 ไม่มีปัญหาหรอก .. อีก 100 ตัว ผมก็จ่ายได้ แต่แบบรู้สึกโมโหเรื่องน้ำใจคน เลยขอด่าสักทีก่อนละกัน "เดี๋ยวนี้คนเรามันไม่มีน้ำใจแล้วเนอะ ขนาดเด็กทารก ยังไม่ยอมให้ .. เอาไป 20 บาท #$%^@*@^*&! " นั่งกินไปจนสายๆ เลยรีบกลับโรงแรม เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปเล่นทะเล ก่อนที่จะเย็นเกินไป .. ครับ .. เอาทอสลงไปเล่นด้วย ตอนแรกจับเค้าเปลือยเปล่า แต่คนแถวนั้นมอง แล้วร้อง "อู้ฮู!!" ไอ้เราเลยอายแทนลูก จับไปใส่เสื้อสักตัวแล้วลงไปใหม่ .. ทอสไม่กลัวการลงเล่นทะเลเลยนะ ดูเค้าสนุกอีกต่างหาก เห็นเด็กคนอื่นๆเค้าไม่กล้าลงกัน .. หลังจากนั้นก็เอาไปเล่นน้ำสระอีก คราวนี้แก้ผ้าเลยครับ (ทอสนะ .. ไม่ใช่ผม!) มีเด็กรุ่นๆกับทอสก็เล่นอยู่กับพ่อแม่เค้า แต่เห็นกลัวๆ.. สำหรับทอส ไม่มีกลัวครับ เตะน้ำกระจาย! เล่นสักพักก็ขึ้นไปอาบน้ำ เพราะเย็นมากแล้ว
ตื่นมาก็ลงมากินเข้าเช้า โต๊ะข้างๆคงอยากเล่นกับทอสมาก เลยมาขออุ้ม แล้วบอกว่า "พ่อแม่ จะได้กินข้าวได้" ตอนแรกเราก็ไม่อยากให้ แต่ก็โอเคไป แล้วก็นั่งกินไป มองไปด้วย กลัวเค้าจะเอาไปไหน ทอสไม่กลัวคนแปลกหน้าเลย แถมยังมียิ้มๆเล่นกับเค้าอีกแน่ะ .. วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ พอ check-out เสร็จก็กลับบ้าน
============================= ทอสจะดีใจมั้ย ถ้ารู้ว่าแม่กับพ่อเค้า อยากให้มีความสุขมากๆ ============================= 17 giugno PCTเรื่องที่จะเล่านี้ ก็เป็นแค่ประสพการณ์ชวนหงุดหงิดที่ผมประสพมา .. เหตุผลที่แยกออกมาตั้งอีกหัวเรื่องนึงก็เพราะว่า กลัวว่าอัน "3 days without you" มันจะยาวเกิน เดี๋ยวไม่มีคนอ่าน .. ................................ เรื่องมันก็คือผมต้องไปติดต่อเรื่องซื้อและทำเรื่องการใช้งาน PCT ให้กับบริษัท จะให้ลูกน้องไปทำให้ ก็ไม่มีใครว่างและก็กลัวว่ามันต้องกลับไปกลับมาเพื่อล่าลายเซ็นผมอีกก็เลยไปทำเองซะ .. โมโหมากครับ เพราะพนักงาน call center บอกว่าทำเรื่องได้ที่ counter service True หรือ Orange ทั่วไป .. ไอ้เราก็นึกว่าที่ MBK มันจะมี เราก็ไปถึง เดินหาตั้งนาน เลยถาม รปภ. (ห้ามเรียกเค้าว่า "ยาม" นะครับ กลัวเค้าโกรธ) เค้าบอกมี Ture Counter Service ที่ Siam Discovery ชั้น 3 .. โอเคๆ ไปก็ไป .. พอไปถึงมันก็มีป้ายบอกที่โต๊ะนึงว่า "ติดต่อและซื้อ PCT ได้ที่นี่ โปรดหยิบบัตรคิว" อะไรประมาณนี้นะครับ .. ไอ้เราก็นั่งรอถือบัตรคิวไปเกือบครึ่งชั่วโมง พอถึงคิวเรา พนักงานก็พูดแบบหน้าตาเฉย ... "ติดต่อซื้อ PCT ได้ที่ Counter 5 ค่ะ" .. เวรกรรม !!!! แล้วไม่ทราบพี่จะแปะไอ้ป้ายที่บอกให้ติดต่อได้ที่โต๊ะพี่ไว้ทำยีราฟอะไรครับ !!! อยากจะด่าเป็นภาษาเวเนซูเอล่า ไอ้เราก็พูดไม่เป็น .. อ่ะ ไปรอที่ Counter 5 ก็ได้ .. ครับ ... กรรมซัดกรรมซ้อน .. พนักงานบอก "ทำเรื่องผูกเบอร์กับโทรศัพท์พื้นฐานได้ที่ True Shop เท่านั้นค่ะ พี่ต้องไปที่ True Shop ที่ Lotus พระราม 1 นะคะ "... ตกลงข้าพเจ้ามาทำไรที่ Counter Service ของ True ฟ่ะเนี่ย .. มานั่งจับนกเพนกวินเล่นเหรอ .... .. ครับ ผมก็ไปที่ True Shop ตามที่พนักงานเค้าบอก กว่าจะไปถึงแล้วทำเรื่องเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 4 โมง .. ตกลงผมเสียเวลาทั้งบ่ายไปกับการนั่งมองหน้าพนักงาน True ทั้งหลาย .. เพราะจริงๆแล้วการทำเรื่องมันเสียเวลาแค่ไม่เกิน 5 นาที .. 16 giugno 3 days without you..15 June'05 รู้สึกว่านกจะตื่นตั้งแต่ตีห้าหรือก่อนหน้านั้น แต่ผมก็นอนรอนกปลุกจนถึงตีห้าครึ่ง .. นกไปไหนน่ะเหรอ .... แปรงฟันเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อและกางเกง (เพราะนกบอกว่าแต่งชุดนอนไปมันน่าเกลียด ...แต่พอเปลี่ยนแล้วก็ดูไม่เห็นแตกต่างกับชุดนอน.. เหอ เหอ) และขับรถออกไปส่งนก ก่อนออกจากบ้านก็ต้องร่ำลาเสียก่อนเพราะจะมีคนติดรถไปด้วย .. ส่งนกเสร็จกลับถึงบ้านประมาณ 6 โมงครึ่ง ก็นอนเล่นกับทอส และออกไปทำงานตามปกติ มันก็แสนจะปกติจริงๆ เพราะงานมันก็สุมอยู่ .. เที่ยงแล้ว ! อะไรเนี่ย ! ตอนช่วงบ่ายออกไปทำธุระเรื่อง PCT ให้บริษัท (หาอ่านเรื่องเต็มได้จาก Blog หัวข้อ "PCT" นะครับ) เสร็จก็กลับมาทำงานจนเย็นก็กลับบ้านเพื่อเล่นกับทอส .. วันๆก็คงรอตอนเย็นเพราะเรื่องนี้ล่ะมั้ง .. ทอสไม่ค่อยยอมนอนไม่ยอมกิน เอาแต่เล่น .. จนเอาเค้าหลับได้ .. ทอสตื่นอีกทีก็เที่ยงคืน เอานมให้เค้ากินก็คายออก ดูเหมือนเค้าพยายามหันหน้าไปทางที่นกนอน .. ไม่รู้ว่าเพราะต้องการหันหนีเรา หรือว่าคิดถึงแม่กันแน่.. ฮ่าๆๆ .. ราตรีสวัสดิ์ครับ .. ---------------------------------- 16 June'05 เมื่อคืนทอสตื่น 2 ครั้ง ไม่รู้ตื่นทำไม ทั้งๆที่หลังๆก็ไม่ค่อยตื่นแล้ว นมก็ไม่กิน เห็นเค้านอนบ่นๆๆตามประสาเค้านั้นแหละ .. เลยปล่อยเค้านอนกลิ้งๆไปมา ส่วนผมก็หลับไป ตื่นมาตอนเช้าเห็นเค้าหลับอยู่แต่กลับหัวจากตอนเอาเค้านอน สงสัยคงนอนหมุนอยู่หลายรอบ วันนี้ก็คงเป็นวันปกติของการทำงานอีกวัน .. ออกจากบ้านไปที่โกดังเพื่อดูสินค้าที่จะนำไปเสนอลูกค้า ตรวจเช็คสภาพสินค้าและทำความเข้าใจกับมันก่อน ไปถึงสถานที่ที่ลูกค้านัด ก็เป็นไปอย่างราบรื่นเพราะได้ทำการคุยราคามาก่อนแล้ว .. ราคาผ่าน สินค้าโอเค ลูกค้าก็ทำสัญญามัดจำต่างๆ เป็นอันเรียบร้อย รอส่งของสัปดาห์หน้า ถ้าสินค้า lot แรกผ่าน ก็น่าจะมีจำนวนต่อเนื่องมาอีก จุด Climax ของการทำงานวันนี้อยู่ที่การนัดประชุมของทีมจัดซื้อและทีมขาย เหตุที่ต้องมี meeting อันนี้ก็คือ ความขัดแย้งของทั้งสองทีมที่มีมาตั้งแต่ปีมะโว้ พนักงานไม่ยอมคุยกันเอง ต่างคนต่างมองอีกฝ่ายไม่ดี มองในแง่ร้าย .. meeting คราวนี้ก็มีให้เค้า clear สิ่งต่างๆที่ยังค้างคาใจอยู่ของแต่ละคน .. ผมได้รู้ความรู้สึกของพนักงานบางคนว่าว่าโดนกระทบกระทั่งด้วยคำพูดทั้งต่อหน้าและลับหลังจากอีกฝ่าย โดยที่ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ตอนผมฟังเค้าเล่า .. ผมน้ำตาตกเลยครับ เพราะเค้าน้อยใจมาก หลายๆคนใน meeting ก็น้ำตาคลอ คนที่ทำผิดบางคนก็กล่าวคำขอโทษ แต่บางคนกลับไม่ปล่อยคำว่า "ขอโทษ" ออกมาจากปากสักคำ .. ผมควรจะสนับสนุนคนแบบนี้อีกนานแค่ไหนดี .. ผมเลยรู้ธาตุแท้ของพนักงานบางคนจาก meeting คราวนี้นี่เอง .. เฮ้อ ! กลับถึงบ้านก็สองทุ่มกว่าแล้ว .. เล่นกับทอสตามเดิม แต่เค้านอนเร็ว .. ตื่นก่อนเที่ยงคืนทีนึง .. ผมเลยเอาเค้ามานอนกอด แล้วเค้าก็หลับไปพร้อมๆกับผม .. รักลูกจริงๆ ---------------------------------- 17 June'05 ทอสตื่นหลายครั้งนะ .. ตีสามครึ่งทีนึง แล้วก็มาตีห้า แล้วก็เจ็ดโมงเช้า .. เค้าก็ไม่ได้งอแงอะไร เพียงแค่บ่นๆๆ อ้อๆแอ้ๆ ตามประสาเค้านั่นแหละ วันนี้ผมนัดลูกค้าช่วงเช้า คุยเสร็จเดินตรวจตลาดกว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว ต้องรีบกลับมาที่โกดังเพื่อพบกับลูกค้ารายเมื่อวานเพื่อรับมัดจำ และรีบไปธนาคารเพื่อทำการโอนเงินให้กับ Supplier เสร็จธุระเร็วเลยกลับมาอยู่กับทอส เพราะจะให้วนกลับไป office ก็ใช่เรื่อง เพราะไงวันนี้ก็ต้องรีบกลับมาเพื่อไปรับนกอยู่ดี .. กลับมาอยู่กับลูกดีกว่า .. อิอิอิ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าทอสน่าจะจำผมได้แล้ว เพราะเค้าจะมองตามผมตลอดเวลาเดินไปเดินมา เดินขึ้นรถ เดินไปหยิบของ .. พอมองเค้ากลับ เค้าก็จะยิ้มเหงือกบานให้เห็นเป็นประจำ .. ทุกๆวันก่อนออกไปทำงานผมก็จะเดินไปกอดเค้าสักที แล้วก็บอกลาเค้าก่อน ทุกๆวันเค้าก็จะยิ้มและทำตาละห้อย (ผมคงคิดเข้าข้างตัวเองอ่ะนะ .. ฮ่าๆๆ) เหมือนบอกว่า "ป๊าจะไปไหนครับ ไม่อยู่กับผมเหรอครับ" อะไรอย่างนี้ .. เลยทำให้บางที ไม่ค่อยอยากไปทำงาน อยากอยู่กับเค้าให้นานๆ เอาล่ะ .. ต้องออกไปรับนกละ .. ไปกันเหอะน้องทอส ไปรับหม่าม๊ากัน :) ---------------------------------- สำหรับท่านที่อ่านจนจบ ก็คงคิดว่าแล้วไอ้ 3 วันนี้มันต่างกับวันทั่วๆไปยังไง มันก็เหมือนวันธรรมดา ทำงานไปวันๆเท่านั้นเอง .. ผมก็คงไม่ปฏิเสธว่ามันก็แค่นั้นจริง หากแต่ .. ทั้ง 3 วันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่นกไม่อยู่ แล้วในแต่ละวันนั้น ผมคิดถึงเธอ ... เซ้งยังรักนกไม่เปลี่ยน ความคิดถึงเวลาที่นกไม่อยู่ยังมีเท่าเดิม เหมือนแต่ก่อน เหมือนที่ผ่านๆมา ไม่ได้ลดน้อยลงไป .. ========================================= 06 giugno Pranburiพา Tos ไปปราณบุรี.. Date: May 27-29, 2005 ============================= พา Tos ไป "ปราณบุรี" กับออฟฟิศนกมาเมื่อปลายเดือน พ.ค. พักที่ "ปรีบุราณ" .. เอ่อ .. ออกรถจาก กทม. ช่วงก่อน 5 โมงเย็น กว่าจะไปถึงปราณบุรี ก็เกือบ 3 ทุ่มแล้วเพราะมัวแต่แวะซื้อของหลายอย่าง แถมก่อนถึงก็หลงไปหลงมา และพอแวะถามคนข้างทางว่า "รู้จัก 'ปรีบุราณ' มั้ย???" เค้าก็แบบ "พี่เล่นคำผวนเหรอครับ .. ที่นี่ 'ปราณบุรี' ไม่ใช่ 'ปรีบุราณ' .. พี่จำผิดแล้ว" ไอ้เราก็พยายามยืนยันว่าที่พักมันชื่อ ปรีบุราณ สรุปคือ ไม่มีใครรู้จัก เพราะคิดว่าเรากวนประสาท .. เฮ้อ ! เอาเป็นว่า สุดท้ายก็หาจนเจอ .. หง่ะ .. ทริปนี้ ทอสมีเพื่อนด้วยเพราะน้องที่ออฟฟิศนกเค้าก็พาลูกไป อายุเท่าๆกัน แต่ขานั้นเป็นผู้หญิงชื่อน้องเซน ..เห็นชวนทอสคุยใหญ่เลย แต่ทอสทำเต๊ะจุ๊ย! ไม่ยอมคุย .. ขี้เก็กไม่ใช่เล่น .. ฮ่าๆๆๆ งานนี้คนไปเยอะแยะ ทั้งหมดก็ 20 กว่าคนได้ วันแรกก็ไม่ได้ทำไรเพราะถึงก็ดึกแล้ว แค่กินแล้วก็เข้านอน .. ที่พักก็เป็นแนวบ้านหลังๆ แบบบังกะโล แต่ละห้องก็มีสีสรรแตกต่างกัน .. ฟ้า .. เหลือง .. แดง .. เขียว .. สรุปสวยดี เช้าวันต่อมา ก็พาทอส ออกไปเดินเล่นตอนเช้า (ดังที่เห็นใน Photo album) ทะเลเงียบๆสงบๆ ไม่ค่อยมีไรหรอก เพราะมันยังใหม่ ชาวเรื่อเค้าบอกอย่าพาเด็กออกมาเดินตอนเช้าตรู่แบบนั้น เพราะมันมีพวกแมงหวี่ อาจกัดได้ .. ก็เลยพาทอสกลับแถวห้องพัก .. วันนั้นทั้งวันก็แค่ออกไปกิน แล้วก็เล่นๆอยู่แถวนั้นแหละ กว่าจะออกไปเดินทะเลก็บ่ายแก่ๆแล้ว แต่คราวนี้ทอสไม่ได้แตะน้ำเพราะเค้าง่วงๆ แล้วฝนก็ตั้งเค้าจะตกด้วย เลยเดินแป๊บเดียวก็พาเข้าห้องพัก ตอนเย็นก็ออกมากิน .. ต้องชมว่าที่พักนี้เล็กๆ แต่ให้อาหารแบบไม่เขียม อาจจะไม่ได้อร่อยไรมากมาย แต่รู้สึกว่าเค้าไม่ได้งก มีให้กินจนเหลือแหละ วันสุดท้าย ก็พาเค้าออกมานั่งเล่นตอนเช้า แล้วเที่ยงๆก็ออกจากที่พัก มุ่งหน้ากลับบ้าน .. ไม่วายครับ ระหว่างทางกลับก็ต้องแวะให้คุณนกเค้า สำราญเบิกบานใจกับ Outlet .. ============================= รู้มั้ยลูก ... พ่อ-แม่ รักลูกมากจริงๆ 19 maggio Rayongพา Tos ไประยอง ... Trip Member : ป๊า, ม๊า, นุช, หนึ่ง, นก, เซ้ง และ ทอส .. วันที่ 15-16 May'05 =============================== นี่เป็นครั้งแรกที่พาเค้าพักไปนอกสถานที่แบบจริงๆจังๆ มันเป็นความสุขอย่างนึงที่เห็นได้พาเค้าไปกับครอบครัว ... "ทอสจะสนุกกับ Trip นี้ป่าวหว่า ... " เห็นทำหน้าตาเหรอหรา(เหมือนปกติ) แต่ที่แน่ๆ เค้าสนใจทะเลมาก .. ไม่ใช่สนใจวิวทะเลนะ คือ เค้าสนใจน้ำทะเลที่ซัดมาโดนเท้าเค้า เห็นก้มหน้าก้มตามองแต่น้ำ .. คงคิด "น้ำไรอ่า... เยอะชะมัด" ตอนเด็กๆ เวลาป๊าม๊าพาไปเที่ยวต่างจังหวัด เราก็ตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ เราก็หวังว่าลูกจะรู้สึกเหมือนเราตอนเด็กๆ เราก็เพิ่งจะเข้าใจว่าพ่อแม่รู้สึกยังไง เวลาเห็นลูกมีความสุข .. งานนี้สบายหน่อยเพราะมีป๊า-ม๊า-นุช-หนึ่ง ช่วยกันอุ้ม ช่วยกันเลี้ยง ไปๆมาๆ รู้สึกว่านกกับเซ้งไม่ค่อยได้อุ้มเค้า เพราะอากง อาม่า อาอี๊ อากู๋ แย่งกันเลี้ยงใหญ่ ถ้าทอสเค้ารู้เรื่องว่าคนรักเค้ามากอย่างงี้ก็คงจะดีสินะ หรืออาจจะคิด "ยุ่งไรกับผมนักหนา!!" hahahaha.. ดูรูปใน Photo Album ละกัน .. ปล. นกทำทอสหน้าจุ่มน้ำไปทีนึง .. ขึ้นมาทำหน้าเบะๆ แต่ไม่ยักกะร้องซะเท่าไหร่ ไม่รู้เข้มแข็งหรือว่างงๆกันแน่ ... เหอ เหอ.. ปล.2 .. เซ้งทำทอสหัวชนเพดานรถ 2 ครั้งซ้อน ครั้งแรกงงๆ ครั้งที่2 ร้องลั่นเลย .. ขอโทษนะลูก :D =============================== โตขึ้น .. เป็นคนดีนะลูก .. พ่อก็หวังแค่เนี้ยแหละ .. =============================== |
|
|